บริการจัดทำและออกแบบเว็บไซต์ บริการจด Domain Name โปรโมทเว็บไซต์ พื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ Hosting จัดทำเว็บไซต์
Line ID: baanwebsite

Line ID: baanwebsite.com

เดิมพันไมโครซอฟท์ !?! (Cyber Weekend)

 


ไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ในวงการซอฟต์แวร์โลก ได้ส่งสัญญาณดังๆ ออกมาให้บรรดาสาวก ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ 'วินโดว์ส' ทั้งหลายว่าจะมี 'วินโดว์ส 8' วางขายในปีหน้าแน่ เหมือนจะย้ำเตือนว่ายังมีระบบปฏิบัติการวินโดว์สอยู่ในตลาด

ความเคลื่อนไหวของ วินโดว์ส 8 ตั้งแต่ต้นปีค่อนข้างเงียบมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าหลุดจากความสนใจของตลาดไปพอสมควร หรือแม้กระทั่ง วินโดว์ส โฟน ก็สร้างกระแสได้สักพักหนึ่งแล้วก็เงียบไปเช่นกัน เพราะทุกคนต่างมุ่งไปที่ระบบปฎิบัติการ 'ไอโอเอส' กับ 'ไลออน' ของค่ายแอปเปิล และแอนดรอยด์ กับ 'โครมบุ๊ก' มากกว่า

ไมโครซอฟท์ปักธงไปแล้วว่า จะโชว์ศักยภาพของ วินโดว์ส 8 ตัวเป็นๆ ในงานประชุมที่ใช้ชื่อว่า Build 2011 ที่จัดขึ้นสำหรับนักพัฒนาในค่ายไมโครซอฟท์โดยเฉพาะกว่า 5,000 คน ซึ่งคล้ายๆ กับที่แอปเปิลเคยเปิดตัวไอโอเอส 5 ต่อหน้านักพัฒนาของตนมาแล้ว

จากรูปร่างหน้าตาของ วินโดว์ส 8 ที่เปิดตัวนั้น น่าจะถือเป็นการ 'ยกเครื่อง' หรือ การปรับปรุงครั้งใหญ่สุดของไมโครซอฟท์เลยก็ว่าได้ ถ้าหากไม่นับครั้งที่ไมโครซอฟท์ยุคที่ 'บิล เกตต์' ยังคงเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโออยู่ ทำการเปิดตัว วินโดว์ส 95 ที่เปลี่ยนโฉมจาก วินโดวส์ 3.11 ซึ่งเป็นครั้งแรกทำให้ผู้ใช้พีซีทั่วโลกรู้จักปุ่มสตาร์ท (Start) และแถบแสดงงานที่ทำหรือทาสก์บาร์

ก็ต้องบอกว่า ' วินโดว์ส 8' เป็นการยกเครื่องครั้งที่ร้อนแรงมากที่สุดหรืออาจจะเรียกว่า การปฏิวัติไมโครซอฟท์เลยก็ว่าได้

***ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์

การปฏิวัติแนวคิดระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ ในครั้งนี้ มีด้วยกัน 4 ด้านคือ1. ความสามารถในการทำงานได้ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2.มีรูปแบบการควบคุมแบบใหม่ที่เรียกว่า เมโทรแอนด์ทัช (Metro & Touch) 3.ความเร็วทั้งการเปิดเครื่องและการทำงาน และ 4. การเพิ่มร้านที่เรียกว่า วินโดว์ส แอป สโตร์ สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการซื้อแอปพลิเคชัน

จากถ้อยแถลงของ 'สตีเวน ไซนอฟสกี' ประธานฝ่ายธุรกิจ วินโดว์ส ของไมโครซอฟท์ที่ประกาศต่อหน้านักพัฒนา ระบุว่าวินโดว์ส เวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการแอปพลิเคชันและเอกสารที่มีอยู่ในทุกอุปกรณ์ได้ดีกว่าเดิม เรียกว่า สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่ใช้หน่วยประมวลผลที่เป็นสถาปัตยกรรม 'ARM' ซึ่งเป็นซีพียูแบบประหยัดพลังงานที่นิยมใช้งานบนอุปกรณ์พกพา และสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า x86 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานบนคอมพิวเตอร์แบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ทั้งของเอเอ็มดีและอินเทล ซึ่งหมายถึงว่า จะใช้งานได้ตั้งแต่แท็บเล็ต จนถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าจอใหญ่ความละเอียดสูงแบบเอชดี

'ต่อไปจะไม่มีข้อจำกัดระหว่างอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์อีกต่อไป ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 สามารถใช้งานได้ในทุกๆ ดีไวซ์ แม้แต่เน็ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูประหยัดพลังงานอย่าง อะตอม รุ่นแรก มีหน่วยความจำแค่ 1 กิกะไบต์ ก็สามารถใช้งานได้'

สาเหตุที่ไมโครซอฟท์ต้องทำให้ระบบปฎิบัติการใหม่นี้ใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์ น่าจะเป็นผลมาจากแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนไป

บริษัท วิจัย 'การ์ทเนอร์' ได้คาดการณ์ยอดขายพีซีทั่วโลกล่าสุดในปีนี้ว่า จะมีอัตราการเติบโตลงจาก 9.8% ลงเหลือ 3.8% หรือคิดเป็น 352 ล้านเครื่อง การปรับลดตัวเลขลงของการ์ทเนอร์นั้นไม่ใช่ครั้งแรก จริงๆ แล้วมีการปรับลดประมาณการยอดขายพีซีในปีนี้ลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ที่คาดหมายว่า ยอดขายพีซี ในปีนี้จะตกประมาณ 406.6 ล้านเครื่องคิดเป็นอัตราการเติบโต 15.9% แต่พอถึงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา การ์ทเนอร์ก็ลดตัวเลขดังกล่าวลงเหลือ 387.8 ล้านเครื่องหรือเพิ่มขึ้น 10.5%

ขณะที่ 'ไอดีซี' ได้มีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตลงจาก 7.1% เหลือ 4.2% เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการตลาดที่เติบโตเต็มที่แล้วอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับยอดขายชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคที่เป็นห่วงเรื่องการใช้จ่าย เลื่อนการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ออกไป และเปลี่ยนไปใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตโดยเฉพาะไอแพดของแอปเปิลแทน

นักวิเคราะห์ของไอดีซีได้ส่งสัญญาณเตือนว่า แท็บเล็ตจะเริ่มส่งผลกระทบต่อยอดขายพีซีในราคาระดับล่างอาทิ เน็ตบุ๊ก สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นแล้วในตลาดที่เติบโตเต็มที่อย่างในอเมริกาเหนือและยุโรป 80-90%ของยอดขายพีซีมาจากการซื้อเพื่อนำไปเปลี่ยนกับเครื่องเก่า

นอกจากนี้ การ์ทเนอร์ยังปรับลดประมาณการการเติบโตของพีซีในปีหน้าลงด้วยโดยคาดว่ายอดขายพีซีจะอยู่ที่ 404 ล้านเครื่องในปีหน้าเพิ่มขึ้น 10.9% จากปีนี้ แต่เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่า 12.8% ที่คาดไว้แต่เดิม

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทีมพัฒนากำลังสาธิตการใช้งานบนโน้ตบุ๊ก

ข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งกระตุ้นหนึ่งให้ไมโครซอฟท์ต้องเร่งเปิดตัววินโดว์ส 8 เข้าสู่ตลาดในช่วงนี้ เพราะถ้าสถานการณ์ไปในทิศทางที่การ์ทเนอร์และไอดีซีวิเคราะห์ เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งรายสำคัญอย่าง แอปเปิล ที่มีระบบปฎิบัติการที่พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง ไอโอเอส หรือ กูเกิล ที่มีระบบปฎิบัติการ 'ฮันนีเวลล์' บนแท็บเล็ต และ 'แอนดรอยด์' ระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน กินส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้าหากไมโครซอฟท์ยังไม่ดำเนินการอะไร มีโอกาสสูงที่ผู้บริโภคจะแปรพักตร์ไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่นแทนได้

เพื่อแก้เกมดังกล่าว ไมโครซอฟท์ถึงได้ชูจุดขายอันดับแรกเรื่องการรองรับทุกอุปกรณ์ทั้งคอมพ์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊กพกพา และแท็บเล็ตขึ้นมาไว้อันดับต้นๆ เพราะที่ผ่านมา ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส นั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเท่านั้น แต่ครั้งนี้ วินโดว์ส 8 สามารถใช้งานได้ดีบนแท็บเล็ตด้วย

แถมยังสร้างความประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อไมโครซอฟท์ใจกว้างเป็นทะเล เปิดให้นักพัฒนาทั่วโลกเริ่มทดลองดาวน์โหลด Windows 8 Developer Preview หรือ วินโดว์ส 8 เวอร์ชันทดสอบนั้นไปใช้งานบนเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งโปรแกรมที่ให้ดาวน์โหลดประกอบด้วยโปรแกรมเวอร์ชันขนาดตั้งแต่ 2.8GB (32 บิต) ถึง 4.8GB (64 บิต) โดยไม่มีเงื่อนไข

และเพื่อไม่ให้น้อยหน้า แอปเปิล เมื่อตอนที่จัดงานให้กับนักพัฒนาแอปฯในสังกัดที่มีการแจกแมคบุ๊กโปรให้ทุกคนที่ลงทะเบียน ทางไมโครซอฟท์ ก็แจกแท็บเล็ตซัมซุงที่ใช้ระบบปฏิบัติการ วินโดว์ส 8 เวอร์ชันทดสอบ ให้นักพัฒนา 5,000 คน ที่เข้าร่วมงานนี้ให้ได้ทดลองใช้ด้วยเช่นกัน

แถมยังออกตัวอีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้เห็นในตอนนี้เป็นเวอร์ชันทดสอบ ดังนั้นเวลาใช้งานอาจจะพบกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ บ้าง และคงมีปัญหาอื่นๆ ให้เห็นต่อจากนี้ โดย วินโดว์ส 8 จะมีการปรับแต่งใหม่จากความช่วยเหลือของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยแสดงความเห็นกลับมา

***ศัลยกรรมใหม่หมด

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนในจุดขายสำคัญอันดับ 2 นั่นคือ หน้าตาโปรแกรมที่ไมโครซอฟท์ตั้งชื่อว่า เมโทรแอนด์ทัช ซึ่งมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมตารางๆ เช่นเดียวกับที่เห็นบนวินโดว์ส โฟน ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แทนที่จะเป็นเมนู Start ตามปกติที่พบเห็นใน วินโดว์ส ผู้ใช้จะได้พบหน้าจอ Start screen แทนในกรณีที่ติดตั้ง วินโดว์ส 8 ลงบนอุปกรณ์พกพาอย่าง แท็บเล็ต โดยผู้ใช้สามารถเลื่อนดูหรือ scroll อย่างรวดเร็วตามแนวขวาง ขณะที่ผู้ใช้พีซีก็ยังคงสามารถใช้เมนู Start ได้ตามปกติ

***บูทเร็วภายใน 8 วินาที

จุดขายอันดับ 3 ที่ไมโครซอฟท์คุยไว้ก็คือ ความเร็วในการบูทระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งาน โดยการันตีว่า วินโดว์ส 8 ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้งานในเวลาน้อยกว่า 8 วินาที แถมยังรองรับการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงผ่านพอร์ตยูเอสบี 3.0 ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทมากในอนาคต แต่ไม่ได้ระบุว่าจะรองรับการโอนข้อมูลผ่านพอร์ตใหม่ อย่าง Thunderbolt หรือไม่ เช่นเดียวกับเทคโนโลยี Hyper-V เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เก็บความจำภายนอก ที่ไมโครซอฟท์บอกว่า จะว่องไวกว่าวินโดวส์ 7 ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันอย่างชัดเจน

***วินโดว์ส ก็มีแอปสโตร์

จุดขายสุดท้ายที่ไมโครซอฟท์น่าจะเติมเต็มเข้ามาก็คือ การซื้อขายแอปพลิเคชันผ่านทางหน้าร้านที่เรียกว่า วินโดว์ส แอป สโตร์ (Windows App Store) เพื่อให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซีมีโอกาสซื้อแอปฯ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับที่แอปเปิล นำมาใช้ซื้อขายแอปฯบนสมาร์ทโฟน แทนที่จะทำการติดตั้งผ่านแผ่นดีวีดีหรือดาวน์โหลดแอปฯลงในเครื่องก่อนแล้วค่อยติดตั้งในรูปแบบไลเซนส์เฉพาะเครื่องนั้นๆ
จุดนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของร้านไอโอส แอป สโตร์ของแอปเปิล ซึ่งสามารถสร้างระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ชนิดที่ไมโครซอฟท์ต้องเดินตาม

ผลก็คือ วินโดว์ส 8 จะทำให้นักพัฒนาอิสระรายย่อยมีช่องทางในการสร้างรายได้มากขึ้นจากการสร้างและจำหน่ายแอปฯ คาดว่า ในอนาคตตลาดแอปฯสำหรับวินโดว์ส จะทวีความร้อนแรงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันว่า ไมโครซอฟท์จะพ่วงโปรแกรมที่เรียกว่า Security Essentials มาพร้อมใน วินโดว์ส 8 เพื่อให้เป็นมาตรฐานการปกป้องภัยคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์มาให้ด้วย โดยจะเปลี่ยนแปลงจากปัจจุบันที่ผู้บริโภคต้องดาวน์โหลดโปรแกรม Security Essentials เองต่างหาก มาเป็นการพ่วงไปกับแพกเกจ Windows Defender ซึ่งจะถูกผนึกใน วินโดว์ส ซึ่งจุดนี้ มีการวิเคราะห์ว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้วินโดว์สทั่วโลก แต่อาจไม่ใช่ข่าวดีของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่อาจมีรายได้น้อยลง หรือจะเป็นโอกาสที่จะทำให้ไมโครซอฟท์ถูกด่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งคงจะต้องติดตามเรื่องนี้กันยาวๆ

ทางด้าน 'อันตวน เลอบลอนด์' รองประธานอาวุโสของไมโครซอฟท์ได้เสริมเรื่องเกี่ยวกับแอปสโตร์ว่า ไมโครซอฟท์เตรียมข้อมูลรายละเอียดไว้ให้นักพัฒนาทราบว่า กระบวนการอนุมัติให้ทำแอปฯของไมโครซอฟท์นั้นไปถึงขั้นไหนแล้ว เนื่องจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์มักมีปัญหากับขั้นตอนการขอพัฒนาแอปฯของแอปเปิล ที่มักล่าช้าและไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลใดๆ ได้เลย

วินโดว์ส 8 จะร้อนแรงสมใจเหล่าสาวกไมโครซอฟท์แค่ไหน ไม่นานรู้กัน !!!

Company Relate Link :
Microsoft




ที่มา : โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2554 11:02 น.

ดูทั้งหมด